
New Wave!.....New Metal!
New Wave Thai Heavy Metal (NWTHM)
จั่วหัวแบบนี้ก็คงจะชัดว่า เราจะคุยกันถึงเรื่องแนวดนตรีเมทัลปัจจุบัน หรือ เฮฟวี่เมทัล แล้วแต่ใครจะเรียก.......
ขณะที่พิมพ์อยู่ก็ฟังงานของวงพวกนี้อย่าง Kill Switch Engage, As I lay dying, Lamb of God,...และอีกหลายๆวง
ที่อยู่ในช่วงคาบเกี่ยวการเปลี่ยนแปลงอย่าง Chimaira.....ที่นำเรื่องนี้มาคุยกันก็เพราะในปี 2549 ที่ผ่านมาและปี 2550 นี้
เรามีงานส่วนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มแนวนี้...Metal Core..Thrash Core..New Metal.....etc ล้วนเป็นคำที่เรียกแนวดนตรีเมทัล
ในยุคหลังๆนี้ ซึ่งเกิดการผสมผสานหลายแนวที่ผ่านมาเข้าด้วยกัน จนบางทียากที่จะจำกัดว่าเป็นแนวนั้นแนวนี้ และอาจมี
การเรียกด้วยคำใหม่หรือไม่ก็เรียกรวมๆกันไว้ก่อนว่า New Metal ซึ่งก็เป็นแนวดนตรีเมทัลในยุคปัจจุบันที่มีการผสมผสาน
จากแนวที่ผ่านๆมาหลายแนว และบางทีก็เหมือนเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน....ที่สำคัญ วงที่เล่นแนวนี้ ไม่ใช่
วงรุ่นเก่าๆแต่เป็นวงรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบกันและหลายวงก็ยังอยู่ในวัยเรียนกันอยู่เลย! แน่นอนอิทธิพลทางดนตรีที่
พวกเขาได้รับมาก็จะเป็นรุ่นใหม่ๆและแฟนเพลงที่จะฟังเพลงแนวนี้กลุ่มหลักก็น่าจะเป็นรุ่นปัจจุบัน
แต่คนรุ่นเก่าอย่างผมฟังไม่ได้เชียวหรือ?? ขอร่วมด้วยคนเพราะผมก็ชอบ!
  
G6PD............................ Solid corE........................ Opportunity
ก่อนอื่นอยากจะพูดถึงคำว่า เฮฟวี่เมทัล กับคำว่า เมทัล ก่อน เพราะอาจจะสับสน...
คำว่า "เฮฟวี่เมทัล" เป็นคำเรียกแนวดนตรีหนักๆแบบรวมๆ เมื่อตอนมันเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนั้นคำว่า "เมทัล" อย่างเดียวยังไม่มีเรียกกัน
แต่ช่วงหลังๆนี้ นิยมเรียกว่า "เมทัล" สั้นๆรวมๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่า "เมทัล" หรือ "เมตัล" จะเป็นแนวหนักสุดกู่แบบ Brutal, Death, Black.เท่านั้น
ยังเรียกแนวใหม่รวมๆเหมือนเดิม เพราะแนว
"เฮฟวี่เมทัล" กลายเป็นแนวหนึ่งในยุคนั้นที่มีแบบฉบับการเล่นที่เมื่อฟังแล้วก็จะรู้ได้เลยว่า อ้อ...
นี่เป็นพวก "เฮฟวี่" และรู้สึกว่าจะเป็นแนวที่เก่าไปเสียแล้ว..ในยุคนี้หากใครทำเพลงออกมาเป็นแนวนี้ ก็อาจจะไม่ได้รับความสนใจ เพราะมัน
เก่า เอ้ยไม่ใช่...คิดว่ามันอาจจะอิ่มตัวแล้ว น่าจะเป็นแบบนั้น ดังจะเห็นได้จากวงเมทัลปัจจุบันจะไม่ค่อยมีแนวนี้เท่าไหร่....
....Metal..?
จริงๆการเรียกภาษาไทย น่าจะเขียนอ่านทับว่า "เมโทล์" มากกว่า แต่คิดว่าคงไม่เท่ ..."เมทอล" ก็ยังไงๆอยู่ มันเป็นเมนทอล ฮอลล์ไป!
...เมทัล
รู้สึกจะเท่ห์สุด มีสำเนียงแบบไทยๆอ่านว่า.." เม-ทั่ล " นะจะได้ feelและใกล้กับ Metal ...แต่ก็ยังมีการเรียกแบบผสมเอเชียใต้ "ต" แบบฟิลิปปินส์-มาเลย์-อินโด อีกว่า"เมตัล" !!! คิดว่าคงจะให้ความหนักในภาษาขึ้น แต่ผมว่ามันยังไงๆไม่รู้ ผมขอใช้คำว่า "เมทัล" ก็แล้วกัน
(เพราะฝรั่งออกเสียง -tal แบบเบาๆอยู่แล้ว ไม่ได้เน้นหนักเหมือน Me-)
หากฟังเพลงตั้งแต่ยุค 1985 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็จะเห็นว่า ดนตรีเมทัลในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นชัดเจนและเป็นจุด
หักเหที่มีการเรียกแนวเมทัลปัจจุบันว่าเป็นแนวใหม่ลูกผสมจากหลายๆแนวที่ผ่านมา จนเป็นที่เรียกกันรวมๆว่า "New Metal"
ดังนี้
1-การร้อง
เพลงปัจจุบันการร้องนำเอาแบบสำรอก ลากไส้ คำราม โหด มาร้องแบบเป็นเรื่องปกติ ประมาณว่า หากเล่นกีตาร์เสียงแตกละก็ต้องร้องแบบนี้
ไม่ว่าจะเป็นเพลงเกี่ยวความรัก ก็จะคำรามไว้ก่ิอน ก็เลยกลายเป็นว่าเพลงเมทัลเดี๋ยวนี้ต้องร้องหนัก แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าจะร้องให้ฟังรู้เรื่อง และยังมีการผสมเสียงร้องคลีนเข้าไป เป็นระยะๆ หรือครึ่งๆ และก็มีเมโลดี้ร้องชัดเจน หากร้องแบบไม่ว๊ากก็จะไม่ใช่เมทัล อาจเป็นแนวอื่นไป
หรือไม่งั้นก็เป็นพวกตกยุค แต่ผมว่ามันก็ยังเป็นแนวเฉพาะกลุ่มอยู่ดี มันกว้างขึ้นจริงแต่ก็ยังอยู่ในกลุ่มที่ฟังเมทัลเท่านั้น มันไม่ได้กว้างขึ้น
อย่าง Metallica....ที่สามารถผงาดขึ้นไปสู่วงกว้างทั่วโลก ไปสู่คนฟังทั่วไปได้ ลองคิดดูว่า ลองเอา New Metal ไปให้คนทั่วไปฟัง มันก็
ยังเหมือนเดิมอยู่ดี จริงมั้ย?...ที่คนทั่วไปจะบอกเมื่อได้ยินเสียงคำรามว่า.....โอ้โห..เอากันขนาดนี้เลย เรอะ !! มันร้องเพลงหรือไปโกรธใครมา..
แต่ยังไงก็ตาม เสียงร้องแบบคำราม โหด นี้ ได้เริ่มกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเริ่มชิน และไม่ตกอกตกใจเหมือนสมัยก่อนที่เมื่อได้ยินแล้วส่ายหัว
แต่ก็ยังมีแฟนเพลงที่อยู่ในยุคก่อนๆบ่นๆว่า เพลงสมัยนี้ฟังไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนเมื่อก่อน คือ ทำไมไม่ร้องให้ฟังรู้เรื่อง ไม่ต้องถึงขนาด..?
สรุปแล้วเป็นเรื่องแนวครับ...แนวใหม่ไง ที่ต้องเป็นแบบนี้
2-กีตาร์
มีการเล่นลูกริฟใหม่ๆ เน้นลูกริฟเป็นพิเศษ เป็นริฟรุ่นใหม่.. Solo ก็ไม่ค่อยมีให้ได้ยินเท่าไหร่ มีแต่พองาม เกลี่ยๆกันทุกชิ้นดนตรี
ไม่เหมือนแบบยุคเก่า Rock Bottom ที่พอถึงช่วงโซโล นักร้องไปนอนรอได้เลย บางวงก็ทำตัวไม่ถูก ยืนโด่เด่ ...ผมว่าริฟกีตาร์ยุคนี้
มีความโดดเด่นมากกว่าเมื่อก่อน ที่หากไปเจาะลึกดูการเล่นก็ไม่ใช่จะเล่นง่ายๆ ที่สำคัญก็จะต้องแม่นและเป๊ะๆและเล่นกันเป็นทีม
ทั้งกลอง-เบส ที่แบบมั่วกันไม่ได้ มันหมายถึงคนจริงเท่านั้นที่จะเล่นมันได้...และยิ่งได้เห็นการเล่นบนเวทีอีก มันยิ่งทำให้เห็นถึงสิ่งใหม่
ที่นักดนตรีจะต้องหมุนหัวเป็นคอบเตอร์ให้ได้ แค่โยกหัวยังไม่พอ คุณลองไปหมุนดูสิครับ แค่โยกสัก 1 นาทีคอก็แทบหลุดแล้ว แต่ก็ยัง
ต้องเล่นไปด้วย หมุน-โยกหัวไปด้วย...
เราน่าจะยกเครดิตทั้งหมดให้นักดนตรีรุ่นใหม่ที่ทุ่มให้กับมัน ชนิดที่คุณกลับไปดูวงรุ่นเก่าๆนี่จะจืดไปเลยล่ะครับ.....
3-เมโลดี้เพลง
ค่อนข้างที่จะฟังง่ายขึ้น กว่าแนวหนักๆ ประมาณว่า คนที่ชอบแบบหนักๆแต่แบบให้ฟังได้ เอ ยังไง? ผมชอบดนตรีหนักๆเหมือน
กัน ไม่ว่า Brutal
Death...แต่ฟังๆไป รู้สึกไม่ค่อยเข้าหู อาจจะ มันโหดเกินไป ความเป็น musical ไม่มี จับใจความไม่ค่อยได้ทั้งดนตรีและร้อง
แต่ไม่ได้หมายความว่าแนวนั่น แนวนี้ไม่ดี แต่มันอาจจะไปเน้นที่ความโหดมากเกินไปกว่าความเป็น Musical แต่หลายวงก็ทำหนักๆแล้วออกมาดี
จึงเกิดการนำเอาความหนักของแนวพวกนี้มา Arrange ให้มันละมุนละมัย ฟังเป็นเพลงได้แบบธรรมดา ได้ยินแล้วก็กลายเป็นดนตรีปกติที่
คนทั่วไปไม่แตกตื่น ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ เกิดเป็นแนวที่เราพูดถึงกันนี่แหละ และเป็นที่ยอมรับกันไปทั่วโลกแล้ว...แต่ก็ยังอยู่ระหว่าง
การคาบเกี่ยวของแนวร๊อคที่ขยับตัวเองมาเล่นหนักขึ้น...และวงเมทัลที่เล่นเบาลง จึงเกิดวงที่ยังไม่สามารถเรียกได้เต็มปาก.มากมายหลายวง
4-กลอง/เบสภาคริทึ่ม
ยังเน้นที่โจ๊ะๆ และเน้น 2 กระเดื่องเป็นหลักอยู่ แต่มีลีลา ผสมเข้าไปค่อนข้างเยอะ ตามริฟกีตาร์ อย่าง lamb of God ผมว่า 2 กระเดื่องนี่มันตันแล้ว เพราะเล่นกันมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีคน Apply กับมันจนเกิดเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ นี่คือ Creativity ครับ ศิลปะไม่มีตัน...หลายวง
ก็นำ 2 กระเดื่องมาสอดใส่กันอย่างเมามัน อย่างวงคาบเกี่ยวอย่าง Chimaira ที่ไม่ได้รัว 2 กระเดื่องยาว แต่สอดใส่ตลอด ใครจะเล่นแบบนั้นต้อง
ฝึกอย่างดุเดือด มั่วไม่ได้ รวมถึงเบสด้วยที่ต้องตามกลองตลอด
5-เอกลักษณ์ ภาพรวมของวง
ไม่ใช่ว่าแต่ละวงจะเล่นเหมือนกันหมด กลับมีความแตกต่าง เกิดเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวงชัดเจน อย่าง 3 วงที่ผมกล่าวมาทั้ง
Kill Switch Engage, As I lay dying, Lamb of God ซึ่งก็เป็นแนวปัจจุบันที่มีความเป็นแตกต่างกันไป แต่พวกเขามีเอกลักษณ์ของตัวเอง
ทั้งสิ้นที่ไม่มีคำว่าตัวจริงตัวปลอม ของจริงทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องเอกลักษณ์ ในต่างประเทศเขาถือว่าเป็นสิ่งสูงส่งทีเดียว หากคุณไปเล่นเหมือนใครหรือก๊อปปี้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ จึงต้องหาแนวทางการเล่นของวง เพื่อให้เกิดความแตกต่าง
และเกิดสิ่งใหม่......
แล้วเมืองไทยบ้านเราล่ะ...? มีใครสร้างงานเพลงเมทั่ลไทยในแนวนี้บ้าง....
อย่าปฏิเสธกันเลยว่า เราไม่ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่ง ตั้งแต่เริ่มมีดนตรีแนวเมทัลเราก็รับมาจากเขาเต็มๆ
แต่
หากพูดถึง "ปี่จุม"หรือเครื่องดนตรีไทย รับรองว่าเราไม่ได้รับอิทธฺพลเขามาแน่!....
ดังนั้น การที่จะมีวงดนตรีสักวงเล่นในแนวนี้ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ตรงกันข้ามนั่นคือสิ่งดีที่พวกเขาได้เริ่มกันซึ่งเร็วกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น หากวงดนตรีวงใดสามารถที่จะสร้างเอกลักษณ์ได้ ให้เกิดความแตกต่างก็ยิ่งน่าจะได้รับการยกย่อง
ยิ่งแตกต่างกว่า
ต่างประเทศ แบบหนึ่งเดียวในโลก ก็จะได้รับการยอมรับไปทั่วโลก แต่หากได้แค่เมืองไทย ก็ถือว่าดีนักหนาแล้ว มันจะไปคล้ายฝรั่งบ้าง
ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงฝรั่งก็ยังมองว่าเราล้าหลังเขาหลายเท่าตัว (มีคนบอกเราว่า ฝรั่งมอง ไทย-ลาว-เขมร-ม้ง เป็นพวกเดียวกันหมด!!!)
แต่อย่าท้อครับ เราต้องสร้าง......
มาดูวงการบ้านเราดีกว่าว่า New Metal เป็นยังไง?...
คงต้องแบ่งเป็น 2 กลุ่มแล้วล่ะ คือ ผลงานจากค่ายใหญ่ กับ ค่ายเล็ก
1-ค่ายใหญ่ หรือไม่ใหญ่ ที่เป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มค่ายใหญ่ที่มีกำลังเงิน ทำเป็นธุรกิจจริงๆ ลงทุนกันระดับแสนถึงล้าน...โฆษณาวิทยุ ทีวี
เพื่อให้วัยรุ่นใหม่ๆตาม กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็จะจับเอากระแสมาเป็นธุรกิจ วงที่หยิบกระแสพวกนี้มาก็มีหลายวงเห็นๆกันอยู่ เพลงจากค่ายใหญ่ก็
ยังอิงเรื่องการขายอยู่ดี คือยังกล้าๆกลัวๆ อยากเอาเสียงว๊ากโหดคำรามตามกระแสมาใส่ในเพลง แต่ก็ยังมีเพลงอ่อนปวกเปียกออดอ้อนอยู่ดี
หนีไม่พ้น กลัวขายไม่ได้ คิดว่าคงไม่ใช่ความคิดของนักดนตรีเป็นแน่ คงเป็นไอเดียของ producer แต่นักดนตรีก็ยอมเพื่ออยากดังจนทำให้ความเป็นของวงเสียไปและเข้าไปสู่กลุ่มตลาดทั่วไปอย่างช่วยไม่ได้ ไม่สามารถที่จะเรียกเป็นเมทัลไปได้
เพราะค่ายใหญ่ขอเพลงขาย 2-3
เพลงแบบ On Air ได้แบบเด็กวัยรุ่นกระตอะไม่วิ่งหนี ส่วนที่เหลือวงจัดการตามที่อยากทำ ก็เลยเกิดน้ำหนักในอัลบั้มที่แตกต่างกันมากเกินไป
จนรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นคนละวง ปัญหาน่าจะอยู่ที่เพลงช้า ที่ไม่สามารถคงความหนักไว้ได้ ทำให้วงที่เล่นหนักๆไปทำเพลงช้าแล้วเส้นเอ็นขาด !
ผมฟังแล้วก็ยังรับไม่ได้ วงพวกนี้ไม่ต้องมาเล่นหนักหรอก ไปทำเพลงขายนะดีแล้ว ไม่มีใครว่าหรอก...เพราะหากอยากดังก็ต้องเล่นเพลงที่พวก
วัยรุ่นขนมหวานเฮฮากันที่ไปกันแบบตามกระแส ซึ่งไม่ได้เป็นกลุ่มที่ฟังกันอย่างจริงจัง....แต่หากเคยเป็นวงที่เคยเล่นหนักแล้วไปทำเพลง
ออดอ้อนเพื่อขายล่ะก็ จงอย่ากลับมาอีกเลย อาจจะไม่มีใครในกลุ่มเมทัลต้อนรับอีกก็เป็นได้ แบบไปแล้วไปเลย....
แต่เขาก็บอกว่า เปิดใจให้กว้าง....กรุณาเรียกกลุ่มนี้ว่า เมทัลตลาด หรือ เท่ๆว่า Commercial heavy Metal เพราะต่างประเทสก็มีพันธ์กลายๆ
เยอะมากเหมือนกัน...
แต่ก็ยังมีคนบอกอีกว่า มันเมทั่ลตรงไหน? ...ก็เมทั่ลกลายๆไง...แบบเพื่อให้คนทั่วไปฟังได้ไง...แต่ gu ฟังไม่ได้ว่ะ...ก็อย่าไปฟังซิว่ะ
...เออ ใช่ของมึง...ดังนั้นเขาทำมาให้ฟังครับ ไม่ชอบก็ไม่ต้องฟัง อาจจะมีคนฟังกลุ่มอื่นอีกเยอะ...ไม่งั้นเขาไม่ดังหรอก จิงมะ....
2-ค่ายเล็ก ค่ายอิสระ เป็นกลุ่มที่น่าจะทำได้ดี เพราะไม่ต้องมีกฏเกณฑ์อะไร นำเสนอสิ่งที่นักดนตรีคิด บันทึกเสียงให้ดีแล้ววางขายเลย
แต่ข้อด้อยของกลุ่มนี้คือ ความสามารถการโปรดิวส์ซึ่งก็คือ การทำในสิ่งที่นักดนตรีคิดไว้แล้ว ปรับให้มีความน่าฟัง ให้มัน smooth ขึ้น เพราะปกติ
นักดนตรีก็จะคิดอะไรที่หยาบๆ จะขัดก็เป็นเพียงกระดาษทรายหยาบๆ Producer ก็จะใช้กระดาษทรายชนิดละเอียดขัดอีกที รวมทั้งความเนียบใน
การอัดเสียง การ Perform ของนักดนตรีต้องเป๊ะ Sound ที่ออกมาก็ต้องได้ แต่ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะเป็นนักดนตรีรุ่นใหม่ ที่เพิ่งจะทำอัลบั้มแรกกัน
มีไฟแรง แต่ขาด Producer ที่มีประสบการณ์ เพลงก็เลยออกมาครึ่งๆกลางๆ ซาวด์ก็ยังไม่ดี เทียบกับระดับโลกไม่ได้เลย เพราะนั่นคือระดับโลก
ที่ดังมาถึงบ้านเราได้ เพราะเขามีระบบครบถ้วนทั้งผู้จัดการวง โปรดิวเซอร์มือโปร ซาวด์เอนจิเนียร์ที่เจ๋งสุดๆ หากไม่มีพวกนี้ วงก็ไปไหนไม่ไกล
อาจจะคลานต้วมเตี้ยมสู้วงอื่นไม่ได้เพราะอย่าลืม ต่างประเทศแข่งขันกันกว่าเราหลายร้อยเท่าตัว ..บ้านเราพอมองหาโปรดิวเซอร์
ที่พอจะมีมุมมองตรงนี้ที่จะมาช่วยกันเจียรไนขัดเกลาขั้นตอนสุดท้ายหรือระหว่างทำเพลง ก็มองไม่เห็น
ถึงมองเห็นก็มีเรื่องเงินมาเกี่ยวด้วย....ลงทุนสูงไป ยอดขายน้อย...งานของบ้านเราก็เลยเหมือนตอะแตะ คลานๆอยู่...
เรา ในฐานะที่อยู่ตรงนี้ ทำแนวนี้อยู่ ก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว ที่ได้เห็นได้ฟังคือ ทำดีที่สุดในชั่วโมงนี้ แล้วครับ
ที่จะทำให้มีเพลงไทยในแนว New Metal เข้าใกล้มาตรฐานอย่างระดับโลกกันบ้าง ถึงแม้บางครั้งจะมีกลิ่นวงฝรั่ง
วงนั้นวงนี้ติดมาบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือการได้เริ่มต้นแล้วครับ..ไม่มี ป.1 รับรองไม่มี ป.3 เราก็ยังอยากเห็นนักดนตรีรุ่นใหม่
ไฟแรงบ้านเราทำมันออกมาให้ดี...ไม่ว่าอยู่ค่ายไหน คิดทำผลงานเพลงให้ดี แบบสุดๆมากกว่าที่จะอยากออกไปเล่น
คอนเสิร์ทกันแบบโก้เก๋กัน งานดีก็จะก้าวไกลไปทั่วโลก
งานไม่ดีต่อให้เล่นคอนเสิร์ท 10 ที ก็ไปไหนได้ไม่ไกล....
และงานแบบนี้แหละ ที่จะคงความเป็นเมทั่ลที่ชัดเจนต่อไป....
ใน Day One เราก็มี 3 วง ที่อยู่ในข่ายแนวนี้คือ G6PD, Opportunity และ Solid CorE
โดยที่แต่ละวงมีความแตกต่างกัน มีกลิ่นไอไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนใคร ฟังแล้วรู้เลยว่านี่คือวงไหน..
ส่วนในค่ายอื่นๆก็มีหลายวงที่เห็นเวว หากผลักดันกันจริงๆ เราคงจะมีเพลงไทยในแนว New Metal ที่ดีๆได้ฟังกันและเทียบทัน
ระดับโลกได้นะครับ แต่ขอให้แต่งเป็นเพลงไทยเถอะครับ เพลงภาษาอังกฤษเรายังอยู่อีกไกล....ฝรั่งเขาไม่ได้สนเราตรงนั้นหรอก
เพลงไทยเพื่อคนไทย หากแฟนเพลงจะฟังเพลงฝรั่ง..มันมีอยู่มากมายเกินกว่าที่จะฟังแล้ว.และรับรองเราตามเขาไม่ทันหรอก...
ยังไงหากคุณเป็นแฟนเพลง ก็ช่วยสนับสนุนกันนะครับ ถือว่าช่วยกันทำให้วงการเมทัลบ้านเราก้าวกันต่อไปตามยุคสมัยก็แล้วกัน
....Please support thai Metal scene...
มีอะไรก็จะมาเขียนเพิ่มอีกครับ
Kick your self !!
สมศักดิ์ แก้วทิตย์
15 มิ.ย.2550
(หากใครมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เห็นว่ามีประโยชน์ ก็แจ้งกันมาได้ครับ)
|
|