
ยุคเริ่มต้น ยุคมัธยม มหาวิทยาลัย..ประกวด!! |
1...ก่อนเข้าสู่วงการ เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่? เอาแบบให้เห็นภาพเลย.....เอาตั้งแต่เริ่มเลย...
1.1 ตั้งแต่มัธยมเลย..มีชมรมดนตรี ก็ไป เดี้ยม ๆ มองๆ ตอนนั้นไม่ค่อยกล้าเห็นพวกพี่ๆเขาเก่งกว่า ทำให้เรากลัว และอาย..ที่จะเข้าไปเล่นด้วย 1.2 โชคดีที่ข้างบ้านมีคณะดนตรี ตามบ้านนอกจะเรียกว่า คณะรำวง พี่สมบัติ เรียกไปลองตีกลองดู ตอนนั้นตีเพลงของ Santana โคตรตื่นเต้น...1.3 ในที่สุดพอตีได้ ก็กล้าเข้าไปตีกับชมรมดนตรี ตีได้แต่จังหวะ 3 ช่า ในงานแข่งกีฬาประจำปีของโรงเรียน 1.4 หลังนั้นก็เริ่มกล้าขึ้น พอเข้ามหาลัย ก็ลุยวงเลย 1.5 ช่วงมหาลัยนี่เป็นช่วงที่เรียนรู้ดนตรีมาก ฟังดะทุกแนวไม่ว่าพ๊อพ ร็อค และดนตรี HeavyMetal จะมีมาช่วงนี้ 1.6 เริ่มฟังเพลงเฮฟวี่จากเท่าที่มีซึ่งก็คือเทปคาสเซ็ทเท่าที่หาได้ 1.7 มีวงยุคแรกๆที่ฟังคือ Led Zepplin, The Who, UraiHeep, Kiss
1.8 ตอนนั้นฟังแล้วชอบอยากเล่นแต่ฝีมือไม่ถึง 1.9 พอมาถึงยุคถัดมา มีวงดังอย่าง UFO, Scorpion, และวง Heavy Metal ทั่วไปจึงได้เริ่มแกะเพลงฝรั่งเล่น 1.10 ตอนนั้นเพลง Heavy Metal ของฝรั่งมีการใช้กลอง 2 กระเดื่อง กันเป็นหลัก ผมก็ค่อนข้างบ้า หาเงินซื้อกลอง 2 กระเดื่อง อยู่ร่วมหลายปี กว่าจะได้มา......แล้วก็เล่น 2 กระเดื่องมาตลอด จนบางทีไปเจอกลองกระเดื่องเดียว ตีไม่ออก!!นั่นคือภาพรวมๆในยุคแรกจริงๆ
ประมาณปี พ.ศ.2523-2530
ซึ่งก็นานพอดู แต่นั่นก็คือจุดเริ่มที่เริ่มเล่นดนตรี คงไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่หลายๆคนในยุคนี้อาจเริ่มจากโรงเรียนดนตรีก็ได้
|

ยุคความฝัน ที่จะเป็นวง Heavy Metal ของเมือง
ไทย ผมยังสั้นกันอยู่เลย แต่บ้าแฮร์แบนด์ !!
|
2...แล้วมาเป็น ดอนผีบิน ได้ยังไง?
2.1 พอเล่นเพลงฝรั่งได้ ก็เริ่มคิดถึงเพลงของตัวเอง ก็เริ่มแต่งเพลงตั้งแต่ตอนนั้น 2.2 ตอนนั้น 3 คนพี่น้องก็ยังอยู่คนละที่ แต่ก็ยังเจอกันตลอด ตอนนั้นการแต่งเพลงยังต้องอาศัยการซ้อมด้วยกันเป็นหลักแต่ปัญหาคืออยู่กันคนละที่ 2.3 จึงเกิดความคิดที่จะหาอุปกรณ์ทำเพลง เลยซื้อเครื่องอัดเสียงคาสเซ็ท 4 แทรค นั่นคือ จุดเริ่มต้นของการทำเพลง 2.4 แต่ปัญหายังไม่จบเพราะ กลองก็จำเป็นต้องอัดกันสดๆ ทำให้ไม่สะดวก จึงตัดสินใจซื้อ Drum Machine มาเพิ่ม เป็น Roland R-8 ตรงนั้นทำให้การทำงานแบบอยู่คนละที่สะดวกขึ้น 2.5 ตอนนั้นก็ทำกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ก่อนที่จะทำอัลบั้มชุด โลกมืด เพลงชุดโลกมืด พี่สมบัติ จะเป็นคนเล่นกีตาร์ทั้งหมด 2.6 พี่สมบัติเป็นคนเดินทางไปมา น่าน-เชียงใหม่-เชียงราย เพื่อทำเพลงร่วมกัน 2.7 ทำให้ได้เพลงที่พอจะนำมารวมกันเป็นอัลบั้มได้ 2.8 จึงเกิดไอเดียเรื่องชื่อวงและชื่ออัลบั้ม 2.9 พี่สมบัติ เป็นคนจุดประกายความคิดจากบ้านเกิด จากตำนาน ดินแดนผีล่องลอย สมรภูมินักรบผู้กล้า เนินดอนที่ๆเป็นบริเวณการสู้รบของนักรบและล้มตาย ซึ่งเหลือแต่วิญญาณและได้ปรับกลายมาเป็น ดอนผีบิน พร้อมกับโลโก้ของวงแบบเฮฟวี่เมทัลจริงๆในตอนนั้น
|

ยุคผลิตงาน เข้าสู่วงการ ตามหาฝัน จนเป็นจริง!! |
3...เข้าสู่วงการเพลงได้อย่างไร
3.1 เพลงที่เราทำสมัยนั้นยังเป็น Ballad Rock ปน Heavy Metal นิดๆ จึงเริ่มนำไปให้คนอื่นฟัง
3.2 หลายคนแนะนำให้ไปเสนอค่าย 3.3 เราใช้เวลากว่า 2 ปี ในการนำเสนอไปเกือบทุกค่าย 3.4 ผลคือไม่มีใครสนใจเลย และบอกว่าเพลงหนักเกินไป 3.5 เวลาผ่านไป...เราเลยตัดสินใจบันทึกเสียงเอง ซึ่งเป็นงานที่หินเอาการ 3.6 จากการที่ไม่มีประสบการณ์เลย ทำให้ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง 3.7 เกิดการท้อหลายครั้ง เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมากในการอัดเสียง ต้องทำงานไปด้วยระหว่างการอัดเสียง เงินเดือนหมดไปกับการอัดเสียง 3.8 ระหว่างนั้นก็ได้ตัดสินใจ ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ และสานต่อเรื่องการบันทึกเสียง อีกอย่างเพื่อหาช่องทางการนำเสนองานเองด้วย 3.9 ในที่สุดการบันทึกเสียงก็เสร็จสมบูรณ์ อย่างทุลัก ทุเล
และได้พบกับเพื่อนพ้องในวงการ จนอัลบั้มชุดโลกมืด ออกสู่สายตาแฟนเพลงวันแรก หน้างาน คอร์นเสิร์ท ประวัติศาสตร์ Metallica เมื่อ 7 เมษายน 2535
|
ยุคไม่หมู ต้องสร้างงาน และสร้างสรรค์..!!
|
4...ตอนนั้นวงการเป็นอย่างไร
4.1 วงการเพลงเฮฟวี่เมทัลเหมือนกำลังเริ่ม 4.2 ผลงานเพลงไทยที่เป็นเฮฟวี่จริงๆยังไม่ค่อยมี 4.3 มีบางวงออกงานเป็นเพียงแค่ร็อกธรรมดา อิงตลาดซะส่วนใหญ่ 4.4 ค่ายเพลงใหญ่มีการนำเอาดารามาร้องเพลงร็อกตลาดขายพวกวัยรุ่น 4.5 มีการก็อบปี้เพลงฝรั่งมาทำเป็นเพลงไทยหลอกขายแบบไร้ยางอาย 4.6 พวกทำเพลงขายเองถือเป็นพวกนอกคอก หรือใต้ ดิน 4.7 ดอนผีบินถูกเรียกว่า ร็อกเกอร์นอกสังกัด จากนิตยสารชื่อดัง The Quiet Storm 4.8 ในวงการมีแต่เทปคาสเซ็ทยังไม่มีซีดี 4.9 แต่ตอนที่ดอนผีบินออกไปก็การตอบรับจากแฟนเพลงอยู่ในระดับที่ดี 4.10 อาจจะเป็นเพราะชื่อวงที่แปลก หรือไม่ก็ความอาจหาญ บ้าบิ่น ทำให้ชื่อของดอนผีบิน เป็นที่รู้จักในหมู่นักฟังเพลงแนวนอกสังกัด อย่างรวดเร็ว
|
ยุคที่ยังต้องฟันฝ่า..เพื่อให้ได้เล่น Live
แบบสมบูรณ์แบบสักครั้ง!! |
5...หลังอัลบั้มชุดโลกมืดออกไปมีอะไรเกิดขึ้น..
5.1 ก็มีหลายวงทำตามกันออกมาแต่ยังไม่มาก เพราะส่วนใหญ่จะติดเรื่องการลงทุนเอง 5.2 และก็เริ่มมีค่ายอินดี้เกิดขึ้น ซึ่งคิดว่าตรงนี้น่าสนใจ 5.3 ค่ายใหญ่อย่าง EMI ยังทำค่ายเล็ก E minor ออกมาเลย นำเสนอแนวดนตรีหนักๆเช่นกัน 5.4 ดอนผีบินยังคงมุ่งหน้าต่อไป ออกอัลบั้มชุด 2 ตามติดๆในปีถัดไป คราวแนวเพลงที่เคยทำมันเบาไปเสียแล้ว เพราะผ่านมาหลายปีแล้ว 5.5 งานชุด 2 ของ ดอนผีบิน กระโดดไปเป็น Speed Thrash Metal ที่หนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เสียงร้องโหด คำราม...5.6 งานชุดนี้ได้รับรางวัลจากนิตยสาร The Quiet Stormซึ่งตอนนั้นจัดในลักษณะ Reader Vote 5.7 งานทั้ง 2 ชุดเรายังคุยผ่าน Roxx Records ซึ่งก็ช่วยในเรื่องการประชาสัมพันธ์และการขาย 5.8 ช่วงนั้นดูเหมือนวงการคึกคักน่าดู พวกที่อยู่ในวงการเพลงหันมาสนใจพวกทำเองกันมาก 5.9 บางบริษัท ถึงขนาดให้เงินเราเบิกล่วงหน้ามาก่อน เรียกได้ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูจริงๆ 5.10 จน..หากจำไม่ผิด ตอนนั้นเริ่มมีกระแส อันเทอร์เนทีฟ เกิดขึ้น มีวง Modern Rock เกิดขึ้นและเกิดค่ายเพลงอินดี้เป็นดอกเห็ด
|
ยุคก้าวที่ 5-6! ที่เริ่มยุ่งมากขึ้น ทั้งทางความคิด และการทำงานร่วมกัน..
|
6...อัลบั้มชุดต่อจากนั้นของ ดอนผีบิน
6.1 เราเองก็ยังมุ่งหน้าทำงานเพลงต่อไป 6.2 เราเริ่มออกมาทำเองแทนที่การผ่าน Roxx Records 6.3 งานชุดที่ 3 อยู่ภายใต้ dpb Music Production นำเสนอออกไปในแนวเดิม แต่มีเรื่องราวมากขึ้น 6.4 เราเริ่มมีแฟนเพลงที่เหนียวแน่น จากชุด 2 เป็นต้นมา ทำให้เราทราบว่า บางกลุ่มที่รับเพลงหนักๆแบบ Heavy Metal ไม่ได้ เริ่มจากไป เหลือเพียงกลุ่มที่เป็นสายนี้จริงๆ 6.5 งานชุดโลกมืด มีแนวเพลงหลายแนว ซึ่งฟังได้กว้าง 6.6 แต่พอมาอัลบั้มหลังๆเราก็เป็นเรา ยังคงความหนักหน่วงแบบไม่สะทกสะท้าน 6.7 งานชุดที่ 3 มีบริษัทจัดจำหน่ายอย่าง BBM มากระจายงานให้เรา ทำให้งานเราหาง่ายขึ้น ไม่หายากแบบใต้ดินอีกต่อไป อีกทั้งเริ่มมีการทำ CD ชุดที่ 1 ขึ้น 6.8 ทาง Onpa ก็นำเอาชุด 1-2 ไปกระจายใหม่ ทำเป็น CD ด้วย 6.9 กลุ่มแฟนเพลงแนวนี้เริ่มขยายตัว ทาง Onpa ได้นำงานชุด 2 ของเราไปขายที่มาเลเซียด้วย โดยผ่านค่ายในเครือ VMP..6.10 ทางเราได้รับการทาบทามจาก Warner Music ในตอนนั้น....นั่นคือครั้งแรกที่ได้เข้าไปทำงานกับค่ายจริงๆ
|
ยุคฉายเดี่ยวที่ต้องทำ จำต้องเริ่ม!! |
7...DayOneRecords เกิดขึ้นตอนไหน..
7.1 ตอนนั้นยังไม่คิดอะไร เพราะอยู่กับค่ายอยู่แล้ว 7.2 พอเข้าไปที่ Warner จังหวะไม่ค่อยดี มีการเปลี่ยนผู้บริหารกัน 7.3 งานชุด 4 เลยเหมือนกับเราทำเองล้วนๆ อัดเสียงกันเองเหมือนเดิม 7.4 เพลงก็เลยออกมาเดิมๆ คือแนวเดิม ไม่มีการ Produce เป็น Producer เองเหมือนเดิม ตามใจตัวเอง 7.5 ตอนนั้นผมเองคิดอยู่แล้วว่า น่าจะมีใครมาเป็นคนทำงานร่วมด้วย เหมือนมาช่วยเจียระไนเรา เพราะเท่าที่ดูฝรั่ง วงดังๆที่เรารู้จักก็จะมี producer หมด หรือไม่ก็มี Co-Producer หรือ Executive อะไรประมาณนั้น 7.6 แต่ตอนนั้นสิ่งที่เราได้ก็จะเป็นเครดิตค่าย ได้การประชาสัมพันธ์ที่กว้างขึ้น รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีข่าวออกไทยรัฐ!! ได้นั่งคุยในที่ประชุมกับแอ็ด คาราบาว!! 7.7 สิ่งที่เราหวังคือ คอนเสิร์ต ว่าจะได้ออกเล่น Live บ้างกลับเงียบจากค่าย ไม่ค่อยมีการผลักดันอะไร 7.8 จนเราต้องคิดจัดกันเองโดยมีพี่น้อง เพื่อนพ้องมาช่วยกัน 7.9 คอนเสิร์ตบุกเดี่ยว วงเดียวครั้งแรกในชีวิตที่ต้องดูแลตัวเอง ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีวงเปิด อยู่คนละที่ ซ้อม 1 อาทิตย์แล้วลุย 7.10 เล่นเสร็จ ขนกลองขึ้นรถปิคอัพ กลับบ้านด้วยความรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ และความคิดก็แวบเกิดขึ้นว่า จริงๆแล้วการทำงานกับค่าย มันก็คือเรื่องการลงทุนสำหรับการบันทึกเสียง และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ หากเรามีตรงนี้เราก็คงจะพอทำเองได้ อีกทั้งไม่ต้องพะวงว่างานจะต้องผ่าน ก่อนที่จะได้ออก อีกความคิดก็คิดว่าต้องหาค่ายอยู่นั้นแหละดีแล้ว OK ไม่เป็นไร ก็ทั้งสองทางก็ดี ทางไหนก็ได้ เหมือนกันนั่นแหละ เป็นเรื่องการนำเสนองานมากกว่า....ต่อจากนั้นมาไม่นาน สิ่งที่คิดไว้ก็คือรอวัน.....จนถึงวันที่ผมเริ่มต้นด้วยการทำห้องบันทึกเสียงก่อน นั่นคือจุดเริ่มต้น...นั่นคือวันแรกที่ฝันใว้ ผมจึงตั้งชื่อมันเลยว่า DayOne นั่นคือที่มาของ DayOne Records ครับ
|
อาจจะต้องเด็ดเดี่ยว กับวันเวลาที่ผ่าน!! |
8... DayOneRecords มีแนวทาง นโยบายอะไรยังไง จุดยืนของค่ายคืออะไร..
8.1 จุดเริ่มที่ทำคือ นำเสนองานแหวกแนว ไม่มีใครทำ ที่รับรองนำไปเสนอใครไม่มีใครเอา คือ งานเดี่ยวของตัวเองในแนว Melodic Doom Metal
และงานคนละโลกกับเมทัลเลยคือ Country Blugrass!! 8.2 ตอนนั้นยังไม่มีศิลปิน ต้องหาใครก็ได้เพื่อไปคุยกับผู้จัดจำหน่าย 8.3 เจอ 2 งานนี้ DayOne ก็แทบพับเสื่อกลับบ้าน เพราะเขาส่ายหน้าเรื่องการขาย 8.3 แต่ด้วยความมุ่งมั่นก็ตื้อ BBM ให้ขายให้จนได้ 8.4 หลังนั้นก็ยังไม่มีนโยบายอะไร เพราะยังไม่เป็นบริษัทอะไร ถ้าเป็นเครื่องบินก็ยังแล่นอยู่บนรันเวย์ อาจจะบินขึ้นหรือเลี้ยวกลับก็ได้ 55 8.5 ตอนนั้นก้เลยเลี้ยวกลับไปฟิตเครื่องใหม่....8.6 ระหว่างนั้นก็ได้ทำงานเพลงบรรเลงกีตาร์ VOU#1G ออกมา แล้วก็ตามด้วยหลายๆวงอย่างที่เห็น 8.7 นโยบายของเราก็ไม่มีอะไร ดูที่ตัวงานเป็นหลัก งานบางชุดก็สุดกู่ หากคิดว่ามันขายไม่ได้แน่ก็ไม่ทำ ก้ไม่รู้จะทำไปทำไม มันต้องใช้เงิน 8.8 ตอนนี้แนวก็เน้นไปที่แนวร็อค-เมทัลเป็นหลัก หรืออาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่ดี 8.9 ศิลปินควรจะเป็นนักดนตรีที่มีความสามารถ หากจะให้เราช่วยปั้นคงยาก คุณต้องปั้นตัวเองมาแล้ว เราจะช่วยขัดเกลาให้ 8.10 จุดที่ผมอยากทำคือ อยากให้มีงานแบบที่ฝรั่งทำกัน ซึ่งเราก็ชอบออกมาจากศิลปินไทยบ้าง ทุกแนวนั่นแหละไม่ว่าแบบไหน ซึ่งมันเป็นเรื่องพัฒนาการของวงการโดยรวมด้วยเมื่อเรามองต่างประเทศ ติดต่อกับต่างประเทศ เขามักถามเสมอว่าคุณมีวงที่เล่นแนวนั้นแนวนี้มั้ย เราก็อยากให้มันมี มันเหมือนมีครบทุกรสชาติ ไม่ว่าแนวไหน ไม่มีใครเก่งกว่าใคร อยู่ที่งานของคุณเจ๋งขนาดไหน นั่นคือสิ่งที่นักดนตรีต้องพัฒนาแนวคิด การสร้างงานดนตรีของตัวเอง โดยไม่ต้องไปพะวงว่างานตัวเองจะขายได้ขนาดไหน เรื่องของค่ายน่าจะเป็นการนำเสนองานที่เจ๋งๆออกไปมากกว่า ถ้างานดีเราไม่มีกฏเกณฑ์อะไรอยู่แล้ว
|

ในยุคปลาย ที่ท้าทาย ไร้กฏเกณฑ์!!

ยังคงมุ่งและมั่นกับความหนักหน่วงและไหวพริ้ว
ของดนตรี Heavy Metal จนต้องมี +DD- !
แต่อาจจะพบกับความว่างเปล่า ในวันข้างหน้า
ที่ไม่มีใครรู้
|
9.ก้าวต่อไปของ DayOneRecords..งานส่วนตัว DD และ ดอนผีบิน...ในวงการ
9.1 ผมค่อนข้างชอบจังหวะเวลาตรงนี้ ในโอกาสที่เราเฉลิมฉลองในหลวงของเรา เราก็ครบรอบ 9 ปี เรายังจะก้าวต่อไป ในปี 49 เราออกงานไปหลายชุดรวมทั้งชุดครบรอบ 9 ปี ซึ่งเราทุ่มทำมันด้วยใจ หวังที่จะให้มันพาเราต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสิ้นสลาย ก้าวต่อไปของเราก็คง Release งานออกไปเรื่อยๆ งาน Solo Doomed Day ส่วนตัวก็คงทำไปเรื่อยๆ เป็นงานคนเดียว ถึงต้องทำ DD เพราะเป็นวง ออกไปเล่นได้หน่อย แต่ก็ไม่ค่อยมีที่เล่นเท่าไหร่ 9.2 ผมค่อนข้างเป็นห่วงกับวงการเพลง แต่ก็ไม่ได้โทษอะไรทั้งนั้น มันเป็นยุคสมัยมากกว่า มันเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งผมก็ใช้ประโยชน์จากมัน 9.3 แต่ก็อดเป็นห่วงศิลปินที่ผลิตงานไม่ได้ ว่าหากเขาทุ่มเทกำลังกายกำลังใจกับงาน แต่ผลตอบแทนออกมาแบบนี้ มันจะมีอะไรที่จะเป็นสิ่งตอบแทนพวกเขาได้บ้างรวมทั้งผมเองด้วยล่ะ 9.4 ยอดขายงานเพลงเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาตกฮวบฮาบลงมามาก จากขายได้แสนก็เหลือหมื่น จากหมื่นก็เหลือพัน ตอนนี้งานเพลงของกลุ่มเฮฟวี่จะเหลือเพียงพันเท่านั้น!! บางชุดเหลือเพียงหลัก 100 ครับ 9.5 การลดต้นทุนการบันทึกเสียงลงก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณภาพงานก็อาจจะลดลงด้วย 9.6 คนฟังที่คอยก๊อปปี้เอาง่ายๆก็คงเหมือนเขาคือผู้ทำลายวงการในขณะเดียวกัน จริงๆแล้วหากคุณได้ฟังตัวอย่าง MP-3 แล้ว หากพอมีกำลังก็อยากจะให้สนับสนุนอัลบั้มจริงเลย ราคาก็ไม่ได้แพงอะไรมาก ร้อยกว่าบาท ยิ่งเป็นพวกเมทัลแล้วยิ่งอยากให้สนับสนุนกันจริงๆเลย เสียงจะดีกว่าเยอะ ส่วนค่ายใหญ่ที่เป็นดนตรีแฟชั่น ก็เป็นส่วนของเขาที่ใช้งบทุ่มโฆษณา มอมเมาเยอะก็ช่างเขา เพราะนั่นคือธุรกิจ แต่เราไม่ใช่ธุรกิจ เป็นเรื่องของการจรรโลงด้วย 9.7 ก้าวต่อไปของเราก็คงออกงานที่เราทำออกไปเรื่อยๆทั้ง DD และวงอื่นๆจนกว่ามันถึงจุดที่ไปไม่ได้จริงๆคือขายไม่ออกแล้วก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ตอนนี้มีอยู่อย่างเดียวคือ กลุ่มนักดนตรีที่ทำกันอยู่ก็อยากให้มารวมๆกัน ทำงานร่วมกัน ช่วยๆกัน ไม่แบ่งกลุ่มแข่งกัน มันก็มีเท่าที่เห็น เราทำตรงไหนได้ก็ทำ 9.8 กับค่ายอื่นที่อยู่ในแนวเดียวกันเราคุยกัน พร้อมที่จะร่วมมือ ทำงานด้วยกัน 9.9 ส่วน ดอนผีบิน เป็นอะไรที่อยู่นอกข่าย ดอนผีบินก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดกับค่ายใหญ่มาแล้ว ได้รับรางวัลการสร้างสรรค์งานมาหลายรางวัล ในวงการกับชื่อนี้เรามีจุดยืนในการทำงาน อย่างพี่สมบัติก็บอก... ไม่มีกฏเกณฑ์ 10 ปี ออกก็ได้ขอให้งานดี เราไม่ได้กินกับตรงนี้ ค่อนข้างไปทาง Art มากกว่าดนตรี 9.10 สิ่งที่ผมเองเดินอยู่..อยู่กับ DayOneRecords ก็เป็นอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกของนักดนตรีมากกว่านักศิลปะ จริงอยู่ดนตรีคือศิลปะ แต่เป็นศิลปะมีช่วงที่กว้าง ดนตรีจะเป็นเรื่องความบันเทิง มากกว่าความลึก ก็คงมีอยู่แล้วดนตรีที่มีความลึกมีความละเมียดละไม สิ่งที่เรายืนอยู่คือ Rock-Heavy-Metal ที่มีความมันส์ สะใจ ความตรงไป ตรงมา มีความกระแทกกระทั้น อัด กด บีบ ปลดปล่อย เสียงแหบพล่า ทั้งเสียงร้องและเสียงแตกของกีตาร์ กลายเป็นอาหารหูที่เสพได้และไม่ได้ต้องการความลึกอะไรมากมาย มีแต่ความสะใจและความชัดจัดเจนในดนตรีที่นักดนตรีผู้ผลิตงานจะถ่ายทอดออกมา เราทั้งผลิตและสานต่อตรงนั้นออกไปและเราได้ความอิ่มเอิมใจในตรงนั้นด้วย..........ผมคิดว่าตรงนั้นคือ DayOneRecords
และก้าวต่อไปของเราก็คือ ผลิตงานดนตรีของเราไปเรื่อยๆ ผลักดันงานเพลงเฮฟวี่เมทัลของไทยให้ก้าวต่อไป สนับสนุนให้มีการสร้างผลงานเพลงมากขึ้น..เรายินดีต้อนรับวงไทยทุกวงที่มีความตั้งใจในการสร้างงาน มีความชัดเจน แน่วแน่ในแนวทางตั้งใจที่จะก้าวกันต่อไปบนเส้นทางสายนี้ ซึ่งจะมีเพียงความรักในดนตรีเฮฟวี่เมทัลเท่านั้นที่จะทำให้เราอยู่ได้ต่อไปได้......
....ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ยาวไปหน่อย แต่ก็ครอบคลุมดี... |